รอยช้ำหลังฉีด มี 4 ระดับ — ระดับไหนรอได้ ระดับไหนต้องรีบพบแพทย์
รอยช้ำหลังฉีดเป็นเรื่องที่พบได้ และส่วนใหญ่หายเองภายในไม่กี่วัน แต่คนไข้มักกังวลผิดจุด — กังวลว่าจะช้ำนานแค่ไหน ทั้งที่สิ่งที่ควรแยกให้ออกคือ รอยช้ำระดับไหนที่รอได้ และระดับไหนที่ต้องหยุดรอแล้วติดต่อคลินิกทันที
ช้ำ กับ จ้ำ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
รอยช้ำเกิดจากเข็ม ส่วนจ้ำเป็นบริเวณกว้างเกิดจากแรงดูด คนละสาเหตุ คนละระยะเวลา
- ช้ำ — เกิดจากปลายเข็มไปโดนหลอดเลือดฝอยใต้ผิวระหว่างฉีด เลือดซึมออกมาค้างในเนื้อเยื่อ เป็นจุดหรือวงตรงตำแหน่งที่ฉีด พบได้ในฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ เมโส และสกินบูสเตอร์
- จ้ำ — ไม่ได้มาจากเข็ม แต่มาจากแรงดูดสุญญากาศของเครื่อง เช่น InMode MiniFX ที่ยกผิวขึ้นมาให้สัมผัสหัวเครื่องได้ทั่วถึง แรงดูดทำให้หลอดเลือดฝอยแตกเป็นบริเวณกว้าง ไม่ใช่จุดเล็ก ๆ
บทความนี้พูดถึงรอยช้ำจากเข็มเป็นหลัก ส่วนจ้ำจากแรงดูดอยู่ท้ายบทความ เพราะระยะเวลาต่างกันมาก
รอยช้ำจากเข็มมี 3 ระดับ
แบ่งตามขนาด สี และอาการเจ็บ ทั้งสามระดับเป็นสิ่งที่พบได้และหายเองทั้งหมด ต่างกันที่ระยะเวลา

ระดับ 1 เล็กน้อย (Mild) — 2-5 วัน
- รอยแดงหรือม่วงจาง ๆ
- ขนาดเล็ก กดไม่เจ็บมาก
- หายเองใน 2-5 วัน
ระดับ 2 ปานกลาง (Moderate) — 5-10 วัน
- สีม่วงหรือน้ำเงินชัดขึ้น
- เริ่มมีบวมร่วมด้วย
- แต่งหน้าปิดได้บางส่วน
- ใช้เวลาประมาณ 5-10 วัน
ระดับ 3 ค่อนข้างรุนแรง (Severe) — 1-2 สัปดาห์
- ช้ำเป็นวงกว้าง สีเข้ม ม่วงดำ
- บวมชัด เจ็บเมื่อกด
- อาจลามลงตามแรงโน้มถ่วง
- ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์
ระยะเวลาการหายขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและชนิดของหัตถการ
ระดับ 4 — ไม่ใช่รอยช้ำธรรมดา ต้องพบแพทย์ทันที
ระดับรุนแรงมาก หรือผิดปกติ (Complicated)
- ปวดมาก ผิวซีด หรือม่วงคล้ำผิดปกติ
- ผิวตึง ร้อน หรือมีรอยเป็นลาย
- ต้องแยกจากภาวะเส้นเลือดอุดตันหรือเลือดคั่ง
- ควรให้แพทย์ประเมินทันที
ระดับนี้ต่างจากสามระดับแรกตรงที่ไม่ได้ต่างกันแค่ขนาดหรือสี แต่ต่างที่กลไก สามระดับแรกคือเลือดที่ซึมออกมาแล้วรอร่างกายดูดซึมกลับ ส่วนระดับ 4 อาจเป็นสัญญาณว่ามีบางอย่างไปขวางการไหลเวียนของเลือดในบริเวณนั้น
จุดที่ต้องสังเกตคือ ปวดมากผิดปกติ และผิวซีด รอยช้ำธรรมดาจะกดแล้วเจ็บเล็กน้อยและผิวมีสีคล้ำขึ้น ไม่ใช่ซีดลง ถ้าเจ็บมากกว่าที่ควร หรือผิวบริเวณนั้นซีดกว่ารอบข้าง อย่ารอดูอาการ ให้ติดต่อคลินิกทันที
รอยช้ำเปลี่ยนสีแบบไหนถึงเรียกว่ากำลังหาย
เปลี่ยนสีคือสัญญาณว่ากำลังหาย ไม่ใช่กำลังแย่ลง
ลำดับสีที่มักเจอคือ แดง → ม่วงหรือน้ำเงิน → เขียว → เหลือง → จางหาย สีที่เปลี่ยนไปคือสีของเม็ดเลือดที่ร่างกายกำลังย่อยสลาย คนจำนวนมากตกใจตอนรอยช้ำกลายเป็นสีเขียวหรือเหลือง เพราะคิดว่าติดเชื้อ ทั้งที่จริงเป็นช่วงท้ายของการหาย
จ้ำจากแรงดูด ใช้เวลานานกว่าที่คิด
จ้ำจากแรงดูดใช้เวลา 2-4 สัปดาห์กว่าจะจาง ไม่ใช่ไม่กี่วันแบบรอยเข็ม
หัตถการที่ใช้แรงดูด เช่น InMode MiniFX ไม่มีเข็มเลย แต่แรงดูดสุญญากาศทำให้หลอดเลือดฝอยในบริเวณกว้างแตกพร้อมกัน จ้ำที่ได้จึงเป็นแดงหรือม่วงเป็นผืน และใช้เวลานานกว่ารอยเข็มมาก
ข้อสำคัญคือ ไม่ต้องพักฟื้น แต่งหน้าหรือกลับไปทำงานต่อได้ทันทีหลังทำ จ้ำไม่ได้ทำให้ต้องหยุดกิจวัตร แต่ถ้าทำบริเวณที่ต้องเปิดในงานสำคัญ เช่น ต้นแขนหรือต้นขา ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อยหนึ่งเดือน
ช่วยลดรอยช้ำได้อย่างไร
- ประคบเย็นใน 24-48 ชั่วโมงแรก
- แจ้งแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังใช้ยาหรืออาหารเสริมอะไรอยู่ เพราะบางชนิดเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกง่าย แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าต้องปรับอะไรก่อนทำหัตถการหรือไม่ ไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- งดแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่
- พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ
วางแผนก่อนงานสำคัญ ต้องเผื่อกี่วัน
รอยช้ำเป็นเหตุผลหลักที่ต้องเผื่อเวลาก่อนงานสำคัญ ไม่ใช่แค่รอให้ผลของหัตถการขึ้น
| ทำอะไร | เผื่อไว้ | เพราะ |
|---|---|---|
| ฟิลเลอร์ | 2-4 สัปดาห์ | เข้าที่ 2-4 สัปดาห์ และรอรอยเข็มจาง |
| โบท็อกซ์ | 2 สัปดาห์ | เข้าที่ประมาณ 14 วัน |
| เมโส / สกินบูสเตอร์ | 2 สัปดาห์ | รอยเข็มระดับ 2 ใช้เวลา 5-10 วัน |
| ลดไขมันใต้คาง (MiniFX) | อย่างน้อย 1 เดือน | จ้ำจากแรงดูดใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ |
ดูไทม์ไลน์เต็มได้ที่ เตรียมหน้าก่อนไปคอน และ เตรียมหน้าก่อนรับปริญญา ส่วนรายละเอียดของแต่ละหัตถการดูที่ ฟิลเลอร์ · โบท็อกซ์ · เมโสหน้าใส
ระยะเวลาการหายแตกต่างกันในแต่ละบุคคลและขึ้นกับชนิดของหัตถการ ทุกหัตถการต้องผ่านการประเมินและดำเนินการโดยแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
ฉีดฟิลเลอร์แล้วช้ำ กี่วันหาย
ขึ้นกับระดับของรอยช้ำ ระดับเล็กน้อยที่เป็นรอยแดงหรือม่วงจาง ๆ ขนาดเล็ก มักหายเองใน 2-5 วัน ระดับปานกลางที่สีม่วงหรือน้ำเงินชัดขึ้นและมีบวมร่วม ใช้เวลาประมาณ 5-10 วัน ส่วนระดับที่ช้ำเป็นวงกว้าง สีม่วงดำ และเจ็บเมื่อกด ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ ระยะเวลาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
รอยช้ำเปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือเหลือง ผิดปกติไหม
ไม่ผิดปกติ เป็นช่วงท้ายของการหาย รอยช้ำจะเปลี่ยนสีตามลำดับจากแดง เป็นม่วงหรือน้ำเงิน แล้วเป็นเขียว เหลือง และจางหายไป สีที่เปลี่ยนคือสีของเม็ดเลือดที่ร่างกายกำลังย่อยสลาย
ช้ำแบบไหนที่ต้องรีบติดต่อคลินิก
หากมีอาการปวดมากผิดปกติ ผิวบริเวณนั้นซีดหรือม่วงคล้ำผิดปกติ ผิวตึงหรือร้อน หรือมีรอยเป็นลาย ไม่ควรรอดูอาการ ให้ติดต่อคลินิกทันทีเพื่อให้แพทย์ประเมินและแยกจากภาวะเส้นเลือดอุดตันหรือเลือดคั่ง รอยช้ำธรรมดาจะกดแล้วเจ็บเล็กน้อยและผิวมีสีคล้ำขึ้น ไม่ใช่ซีดลง
ประคบเย็นหรือประคบร้อนดีกว่ากัน
ใน 24-48 ชั่วโมงแรกหลังทำหัตถการให้ประคบเย็น นอกจากนั้นการดูแลที่ช่วยได้คือ งดแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ และแจ้งแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังใช้ยาหรืออาหารเสริมอะไรอยู่ ไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
ทำ MiniFX แล้วเป็นจ้ำม่วง ปกติไหม
เป็นสิ่งที่พบได้ เพราะ MiniFX ใช้แรงดูดสุญญากาศยกผิวขึ้นมา ไม่ได้ใช้เข็ม จ้ำที่เกิดขึ้นจึงเป็นบริเวณกว้างกว่ารอยเข็ม และใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์กว่าจะจาง ระหว่างนั้นไม่ต้องพักฟื้น แต่งหน้าและกลับไปทำงานต่อได้ตามปกติ

