ฟิลเลอร์คืออะไร?
ฟิลเลอร์ คือสารเติมเต็มที่ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อช่วยเสริมการรองรับของเนื้อเยื่อ เติมบริเวณที่ยุบตัว ปรับสัดส่วนใบหน้า หรือลดเงาที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า
ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ในการปรับรูปหน้าคือ Hyaluronic Acid หรือ HA ซึ่งเป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกาย มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและช่วยเพิ่มปริมาตรให้กับบริเวณที่ต้องการ
ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีความแข็ง ความยืดหยุ่น และความสามารถในการคงรูปแตกต่างกัน แพทย์จึงควรเลือกเนื้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับชั้นผิวและตำแหน่งที่ฉีด ไม่ใช่เลือกจากยี่ห้อหรือราคาเพียงอย่างเดียว
โปรแกรมฟิลเลอร์เหมาะกับใคร?
โปรแกรมฟิลเลอร์อาจเหมาะกับผู้ที่มีความกังวล เช่น
- คางสั้น คางตัด หรือสัดส่วนช่วงล่างของใบหน้าดูไม่สมดุล
- ใต้ตาลึก มีร่องหรือเงาที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อย
- ร่องแก้มหรือร่องน้ำหมากเริ่มชัด
- ขมับตอบ แก้มตอบ หรือใบหน้าสูญเสียปริมาตร
- ริมฝีปากบาง ขอบปากไม่ชัด หรือรูปปากไม่สมดุล
- ต้องการปรับกรอบหน้าและมิติของใบหน้าโดยไม่ผ่าตัด
- ต้องการให้ใบหน้าดูสดชื่นขึ้น โดยยังคงความเป็นตัวเอง
ฟิลเลอร์ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกประเภท หากความกังวลเกิดจากกล้ามเนื้อ ไขมัน ความหย่อนคล้อย หรือคุณภาพผิว การใช้โบทูลินัมท็อกซิน เครื่องยกกระชับ หรือโปรแกรมดูแลผิวชนิดอื่น อาจเหมาะสมกว่า
แพทย์จึงต้องแยกสาเหตุให้ชัดก่อนเลือกวิธีรักษา
FACIAL AGING
ทำไมอายุมากขึ้น ใบหน้าจึงดูทรุดและหย่อน?
ความแก่ของใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ผิว และไม่ได้มีเพียงปัญหาคอลลาเจนลดลงเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายชั้น ตั้งแต่กระดูก ไขมัน เอ็นยึดใบหน้า กล้ามเนื้อ ไปจนถึงผิวหนังชั้นบน
01
โครงกระดูกใบหน้าเปลี่ยนแปลง
เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกใบหน้าจะเกิดการปรับโครงสร้างในบางตำแหน่ง ทำให้ฐานรองรับเนื้อเยื่อด้านบนเปลี่ยนไป โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา กลางใบหน้า และแนวกราม
- เบ้าตาและใต้ตาดูลึกขึ้น
- กลางใบหน้าดูแบนหรือทรุด
- ร่องแก้มเห็นชัดขึ้น
- คางและแนวกรามดูไม่คมชัดเหมือนเดิม
- เริ่มมีร่องบริเวณข้างคางหรือ Pre-jowl
เปรียบได้กับบ้านที่ฐานรองรับเริ่มเปลี่ยน แม้ผิวด้านนอกจะยังเหมือนเดิม แต่รูปทรงโดยรวมของใบหน้าก็เปลี่ยนตามได้
02
ชั้นไขมันไม่ได้ลดลงเท่ากันทุกบริเวณ
ไขมันบนใบหน้าไม่ได้เป็นชั้นเดียวต่อเนื่องกัน แต่แบ่งออกเป็นหลายส่วนหรือ Fat Compartments เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบางตำแหน่งอาจมีปริมาตรลดลง ขณะที่บางตำแหน่งอาจเคลื่อนตัวหรือรวมตัวมากขึ้น จึงทำให้ใบหน้าเกิดทั้งบริเวณที่ตอบและบริเวณที่หย่อนพร้อมกัน
- ขมับตอบ
- ใต้ตาลึกและเกิดเงา
- แก้มส่วนบนยุบตัว
- ร่องแก้มและร่องน้ำหมากชัดขึ้น
- แก้มส่วนล่างดูหนัก
- กรอบหน้าเริ่มไม่ต่อเนื่อง
การเติมฟิลเลอร์ตรงร่องเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ครบทุกมิติ และหากเติมมากเกินไปอาจทำให้ใบหน้าดูหนักหรือบวมได้
03
เอ็นยึดใบหน้าและเนื้อเยื่ออ่อนรองรับได้น้อยลง
เอ็นยึดใบหน้ามีหน้าที่ช่วยพยุงและแบ่งชั้นเนื้อเยื่อในตำแหน่งต่าง ๆ เมื่อโครงสร้างเหล่านี้เปลี่ยนแปลงตามวัย ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของกระดูกและไขมัน เนื้อเยื่ออ่อนอาจเคลื่อนลงด้านล่างได้มากขึ้น
จึงเริ่มเห็นความหย่อนบริเวณแก้ม ร่องแก้ม มุมปาก และแนวกรามชัดขึ้น แม้ปริมาณไขมันบนใบหน้าโดยรวมอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นก็ตาม
04
ผิวสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่น
ผิวหนังเป็นชั้นที่เราเห็นได้ชัดที่สุด เมื่อคอลลาเจน อีลาสติน และสารอุ้มน้ำตามธรรมชาติลดลง ผิวจะบาง แห้ง และยืดหยุ่นน้อยลง
แสงแดด การสูบบุหรี่ มลภาวะ การพักผ่อนไม่เพียงพอ และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน อาจทำให้การเสื่อมของผิวเกิดเร็วขึ้น ส่งผลให้เริ่มเห็นริ้วรอย ผิวไม่กระชับ และรอยพับต่าง ๆ ชัดขึ้น
ฟิลเลอร์ช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างที่ทรุดได้อย่างไร?
ฟิลเลอร์สามารถใช้เพื่อทดแทนปริมาตรหรือเพิ่มการรองรับในตำแหน่งที่เหมาะสม เช่น ขมับ ใต้ตา กลางแก้ม ร่องข้างคาง และคาง การวางฟิลเลอร์ในชั้นและตำแหน่งที่เหมาะสมอาจช่วย
- ฟื้นการรองรับของเนื้อเยื่อ
- เติมบริเวณที่ยุบตัวหรือตอบ
- ลดเงาที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อย
- ปรับความต่อเนื่องของกรอบหน้า
- ทำให้สัดส่วนใบหน้าดูสมดุลขึ้น
ฟิลเลอร์ไม่ใช่คำตอบของความหย่อนคล้อยทุกประเภท หากปัญหาหลักเกิดจากผิวหย่อน กล้ามเนื้อ ไขมันสะสม หรือเนื้อเยื่อเคลื่อนตัวมาก การใช้เครื่องยกกระชับ โบทูลินัมท็อกซิน หรือโปรแกรมอื่นร่วมด้วย อาจเหมาะสมกว่าการเพิ่มปริมาณฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียว
ที่ GETGLOW Clinic แพทย์จึงประเมินใบหน้าแบบแยกตามชั้นโครงสร้าง เพื่อวางแผนว่าเคสใดควรเติม เคสใดควรยกกระชับ และเคสใดควรใช้หลายวิธีร่วมกัน โดยมีเป้าหมายให้ใบหน้าดูสดชื่นและสมดุลขึ้น โดยไม่เติมจนสูญเสียเอกลักษณ์เดิม
BY AREA
โปรแกรมฟิลเลอร์บริเวณต่าง ๆ
ภาพรีวิวเป็นของผู้รับบริการที่ยินยอมให้เผยแพร่ ทุกเคสผ่านการประเมินและฉีดโดยแพทย์ ผลลัพธ์ ระยะเวลาที่เห็นการเปลี่ยนแปลง และการยุบบวมแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ฟิลเลอร์คาง
ช่วยปรับสัดส่วนช่วงล่างของใบหน้า เสริมคางให้ดูได้รูป และช่วยให้ภาพรวมของใบหน้าดูสมดุลขึ้น
การออกแบบคางไม่ควรพิจารณาเฉพาะความยาว แต่ต้องดูความกว้าง ความโค้ง จุดรับแสง และความสัมพันธ์กับริมฝีปาก จมูก และแนวกรามร่วมกัน เพื่อหลีกเลี่ยงคางที่แหลม ยาว หรือพุ่งเกินธรรมชาติ
รีวิวจากผู้รับบริการจริง
ฟิลเลอร์ใต้ตา
ช่วยเติมบริเวณร่องลึกใต้ตาหรือรอยต่อระหว่างเปลือกตากับแก้ม ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยหรือมีเงาคล้ำ
บริเวณใต้ตามีโครงสร้างละเอียดและหลอดเลือดสำคัญจำนวนมาก จึงต้องประเมินก่อนว่าปัญหาเกิดจากร่องลึก ถุงใต้ตา เม็ดสี หรือหลอดเลือด เพราะไม่ใช่ทุกกรณีที่จะเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์
รีวิวจากผู้รับบริการจริง
ฟิลเลอร์ปาก
ช่วยปรับรูปทรง เพิ่มความชัดของขอบปาก เติมเนื้อริมฝีปาก หรือปรับสัดส่วนปากบนและปากล่างให้สมดุล
แพทย์จะออกแบบจากรูปปากเดิม การเคลื่อนไหวขณะพูดและยิ้ม รวมถึงสัดส่วนของคางและจมูก เพื่อให้ผลลัพธ์เข้ากับใบหน้ามากกว่าการทำตามทรงปากเดียวกันทุกคน
รีวิวจากผู้รับบริการจริง
ฟิลเลอร์ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก
ร่องบริเวณนี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งการยุบตัวของกระดูก การเคลื่อนตัวของชั้นไขมัน ความหย่อนคล้อย และการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
บางคนอาจไม่จำเป็นต้องเติมตรงร่องโดยตรง แต่ควรฟื้นการรองรับบริเวณแก้มหรือโครงสร้างด้านบนก่อน เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและลดโอกาสที่ใบหน้าจะดูหนัก
รีวิวจากผู้รับบริการจริง
ฟิลเลอร์ขมับและแก้มตอบ
ช่วยเติมปริมาตรในบริเวณที่ยุบตัว ทำให้เส้นโค้งของใบหน้าดูนุ่มนวลและลดเงาที่ทำให้ใบหน้าดูโทรม
ปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสมจะแตกต่างกันในแต่ละคน โดยต้องระวังไม่ให้เติมมากจนใบหน้าดูกว้างหรือผิดสัดส่วน
รีวิวจากผู้รับบริการจริง
ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน?
HA ประมาณ 6–18 เดือน
ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ การเคลื่อนไหวของบริเวณนั้น และการเผาผลาญของแต่ละบุคคล
ไม่สามารถรับประกันระยะเวลาเท่ากันในทุกคน บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมาก เช่น ริมฝีปาก อาจสลายเร็วกว่าโครงสร้างที่เคลื่อนไหวน้อย
หลังฉีดฟิลเลอร์บวมกี่วัน?
บวมชัด 1–3 วันแรก
หลังทำอาจมีอาการบวม แดง เจ็บเล็กน้อย หรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด โดยมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปากและใต้ตา
ระยะเวลายุบบวมแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรรอให้เนื้อเยื่อเข้าที่ก่อนประเมินผลลัพธ์สุดท้ายตามวันที่แพทย์นัดหมาย
AFTER CARE
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
✓ สิ่งที่ควรทำ
- ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ
- มาติดตามผลตามนัด
✕ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- กด นวด หรือบีบบริเวณที่ฉีด เว้นแต่แพทย์แนะนำ
- ออกกำลังกายหนักและกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนมากในช่วงแรก
- ซาวน่า อบไอน้ำ และความร้อนจัด
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
หากมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติ ผิวซีด ผิวเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ มีตุ่มพอง หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง ควรติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์ทันที
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?
01
คลินิกเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต
02
ผู้ทำหัตถการเป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
03
ผลิตภัณฑ์ผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย. และตรวจสอบกล่อง ฉลาก เลขล็อต และวันหมดอายุได้
ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์กับบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ หรือรับบริการในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หลอดเลือดอุดตัน เนื้อเยื่อตาย และภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
ทำไมโปรแกรมฟิลเลอร์ต้องออกแบบเป็นรายบุคคล?
ใบหน้าของแต่ละคนมีโครงสร้างและสัดส่วนไม่เหมือนกัน แม้จะมีความกังวลบริเวณเดียวกัน แต่สาเหตุและแนวทางแก้ไขอาจแตกต่างกัน ก่อนทำโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ GETGLOW Clinic แพทย์จะประเมินจาก
- โครงสร้างและสัดส่วนใบหน้า
- มุมหน้าตรง มุม 45 องศา และด้านข้าง
- การเคลื่อนไหวขณะพูดและยิ้ม
- จุดรับแสงและเงาบนใบหน้า
- ปริมาณที่เหมาะสมกับเนื้อเยื่อ
- ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้รับบริการ
เป้าหมายไม่ใช่การเปลี่ยนใบหน้าให้เหมือนคนอื่น แต่เป็นการปรับรายละเอียดให้ใบหน้าเดิมดูสมดุล สดชื่น และเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ปรึกษาโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ GETGLOW Clinic
หากยังไม่แน่ใจว่าควรฉีดบริเวณใด ใช้กี่ CC หรือฟิลเลอร์เหมาะกับปัญหาของคุณหรือไม่ สามารถเข้ามาให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าและวางแผนร่วมกันก่อนตัดสินใจได้ ที่ชั้น 6 สยามสแควร์วัน · เปิดทุกวัน 11:00 – 21:00 น. · 096 883 3444
เพราะบางครั้งสิ่งที่ใบหน้าต้องการอาจไม่ใช่การเติมให้เยอะขึ้น แต่คือการเลือกตำแหน่งและปริมาณที่พอดีกับคุณ
หมายเหตุ: ผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรให้แพทย์ประเมินก่อนรับบริการ